ข่าวฟุตบอลทั่วโลก

ข่าวฟุตบอลทั่วโลก หล่อเหลาเบิ้ล 2 พามิลาน ถล่ม ลาซิโอ้, เรือใบ ยังแรงอัด ผึ้งน้อย รั้งจ่าฝูง !!

ข่าวฟุตบอลทั่วโลก แมตช์คืนวันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ซึ่งมีเกมการแข่งขันในหลายรายการ หลายลีกทั่วทุกมุมโลก ในนัดกลางสัปดาห์ ซึ่งเข้าครึ่งหลังของฤดูกาล ในหลายลีก กันแล้ว

เริ่มจากรายการศึก ชิงแชมป์สโมสรโลก FIFA CLUB WORLD CUP รอบรองชนะเลิส ณ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ข่าวฟุตบอลทั่วโลก “สิงห์บลูส์” เชลซี พบกับ อัล ฮิลาล จาก ซาอุฯ

ข่าวฟุตบอลทั่วโลก

ณ สนาม โมฮาเหม็ด บิน ซาเย็ด สเตเดี้ยม (อาบูดาบี ,ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)

เชลซี เจ้าของแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ตัวแทนจากทวีปยุโรป รัดคิวมาพบกับ อัล ฮิลาล จาก ซาอุฯ เจ้าของแชมป์ AFC แชมเปี้ยนส์ลีก ตัวแทนจากทวีปเอเชีย

แต่ในทัวร์นาเม้นต์นี้นั้น นายใหญ่ของทีมอย่าง โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ติดโควิด19 ไม่ได้ร่วมเดินทางมากับทีมด้วย โดยใช้ผู้ช่วยสั่งการแทน ในนัดนี้จัด ไค ฮาแวร์ตซ์ ประสานงานกับ โรเมลู ลูกากู ลงคู่หน้าล่าตาข่าย

ทางฝั่ง อัล ฮิลาล จาก ซาอุดิฯ เจ้าของแชมป์บอลถ้วยใหญ่ของเอเชีย AFC แชมเปี้ยนส์ลีก คุมทัพโดย ลิโอนาร์โด้ ยาร์ดิม เฮดโค้ชวัย 47 ปี มีอดิตหัวหอก แมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง โอเดียน อิกาโล่ ดาวยิงไนจีเรีย ยืนเป็นหัวหอกในเกมนี้

ออกสตาร์ทเริ่มเกมในครึ่งเวลาแรก ในชั่งครึ่งชั่วโมงเศษ ๆ ของการแข่งขัน เชลซี ได้ประตูออกนำไป ในนาที 32 ไค ฮาแวร์ตซ์ ลากกระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษทางซ้าย เกือบจะถึงเส้นหลัง ก่อนตักบอลหยอดข้ามมาหน้าปากประตู ยัสเซอร์ อัล ชาห์รานี่ ดักบอลพลาด บอลกระฉอกไปเข้าทาง โรเมลู ลูกากู ดาวยิงร่างหมี ทีมชาติเบลเยี่ยม ของทีมยิงเผาขน บอลเข้าไปซุกตาข่าย แชมป์ยุโรป ขึ้นนำไป 1-0

และเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นใน 45 นาทีแรก ครึ่งหลัง อัล ฮิลาล เปิดเกมบุกเพื่อหวังทวงประตูคืน แต่นัดนี้ต้องยกให้ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า นายทวารสแปนิช ของทัพสิงห์บลูส์ ที่โชว์เซฟสำคัญ ๆ ช่วยทีมไว้ในหลายจังหวะ

จนจบ 90 นาที เชลซี ชนะ อัล ฮิลาล 1-0 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้อีกครั้ง หลังที่ทัพ “สิงห์บลูส์” นั้นเคยผิดหวังเมื่อปี 2012

โปรแกรมนัดต่อไป รอบชิงชนะเลิศ เชลซี จะไปพบกับ พัลไมรัส แชมป์โคปา ลิเบอร์ตาโดเรส ในวันเสารที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 23:30 น. ตามเวลาประเทศไทย

“ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน จัดทัพรับมือ “อินทรีย์ฟ้าขาว” ลาซิโอ้

ข่าวฟุตบอลทั่วโลก

ในศึกโคปปา อิตาเลีย รอบก่อนรองชนะเลิศ ณ สนาม ซาน ซิโร่ เมืองมิลาน
เอซี มิลาน กำลังมาดีหลังจาก ทำศึก มิลานดาร์บี้แมตช์ กำราบทัพ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ไป 2-1 ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา รั้งอันดับ 3 ของตารางคะแนนในลีก
ส่วนทางด้าน ลาซิโอ้ ทีมเยือนนั้น ฟอร์มช่วงหลังถือว่าดีใช้ได้ เพิ่งบุกไปถล่ม “ม่วงมหากาฬ” ฟิออเรนติน่า มาถึงถิ่น 0-3 รั้งอันดับ 6 ลุ้นไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้า
โดยเริ่มเกมในครึ่งแรก เป็นทางฝั่งเจ้าบ้าน ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน ในนาทีที่ 24 จาก ราฟาเอล เลเอา ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส
ก่อนที่จะมาบวกประตูที่ 2 จาก “พ่อหล่อเหลา” โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ดาวยิงทัพน้ำหอม ในนาทีที่ 41
แต่ก่อนหมดครึ่งแรก เอซี มิลาน ก็มาบวกลูกที่ 2 จาก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ คนเดิม ซัดเข้าไปก่อนหมดครึ่งแรก
จบ 45 นาที เอซี มิลาน นำห่าง ลาซิโอ้ ไป 3-0
ออกสตาร์ทครึ่งหลัง เจ้าถิ่นเริ่มผ่อนเกมลงบ้าง หลังจากได้ประตูนำห่างไปแล้ว แต่ยังมาได้ลูกที่ 4 ส่งท้ายไปอีก จากจังหวะฟรีคิกเข้ากรอบฝั่งซ้าย อเล็กซิส ซาเลอแมเคอร์ส เปิดบอลมาเข้าทาง ฟรองก์ เคสซี่ ที่เสาแรกหวดด้วยขวาเสียบเสาเข้าไปไม่เหลือซาก !! ในนาทีที่ 79
จบเกม เอซี มิลาน ถล่ม ลาซิโอ้ ไป 4-0 ผ่านเข้าไปสู่รอบรองชนะเลิศ ไปทำศึก มิลานดาร์บี้แมตช์ อีกครั้งกับ อินเตอร์ มิลาน ในรายการ โคปา อิตาเลีย รอบตัดเชือก

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้อนรับการมาเยือนของทัพ “ตราผึ้ง” เบรนท์ฟอร์ด

ข่าวฟุตบอลทั่วโลก

ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดกลางสัปดาห์ ณ สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม

เจ้าบ้านนำทัพมาโดยกุนซือสมองเพชร เป๊ป กวาดิโอล่า นายใหญ่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ที่ยังคงรักษาบัลลังก์ไว้อย่างเหนียวแน่น กับผลงานที่ร้อนแรงในขณะนี้

ทางฟากของทีมเยือน เบรนท์ฟอร์ด ของเทรนเนอร์ โธมัส แฟร็งค์ ฟอร์มแกว่ง แพ้มา 6 นัดรวดของทุกรายการ หล่นมาอยู่อันดับที่ 14 แล้ว

ออกสตาร์ตเกมในครึ่งแรก เป็นฝ่ายเจ้าบ้าน แมนฯ ซิตี้ มาได้ลูกโทษจุดโทษ จากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ถูก แมดส์ โรเออร์สเลฟ ทำฟาวล์ ริยาร์ด มาห์เรซ จัดการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบคม

และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ มาบวกเพิ่มอีกประตูจาก เควิน เดอ บรอยน์ ตามซ้ำจังหวะ 2 บอลพุ่งเบียดเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ในนาทีที่ 69

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เบรนท์ฟอร์ด ไป 2-0

ทำให้ทัพเรือใบสีฟ้า ทำคะแนนฉีกหนีรองจ่าฝูง ลิเวอร์พูล ออกไปเป็น 12 คะแนน แต่เกมในมือของทัพหงส์แดง ยังเหลือเยอะกว่า 2 นัด ยังคงต้องลุ้นกันในสัปดาห์ต่อๆ ไป

บทความกีฬาที่น่าสนใจ

โดย

แคง เดอะ คองเคอเรอร์

 

By admin