ข่าวเกี่ยวกับฟุตบอล
18 / 100

ข่าวเกี่ยวกับฟุตบอล เซอร์จิโอ รามอส (Sergio Ramos) ตำนานกองหลังพันธ์โหด ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

ข่าวเกี่ยวกับฟุตบอล บทความกีฬาที่น่าสนใจ ขอพาทุกท่าน ไปทำความรู้จัก กองหลังพันธ์โหด ที่ถูกขึ้นชื่อว่า เป็นกองหลัง ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของยุด ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ โดยเรื่องราวต่อไปนี้ จะเป็นของนักฟุตบอลที่ชื่อว่า เซอร์จิโอ รามอส (Sergio Ramos) โดยในช่วงวัยเด็ก เขามีความโปรดปรานอย่างมาก กับการดูโชว์สู้วัวกระทิง ที่มาทาดอร์ จะล่อกระทิงให้โกรธ ด้วยผ้าสีจัด ๆ แล้วซัดหอกเข้าใส่เพื่อสังหาร เมื่อมาทาดอร์ซัดหอกใส่กระทอง ผู้ชมต่างพากันส่งเสียงเฮไปทั่วสนาม

ข่าววันนี้ ข่าวเกี่ยวกับฟุตบอล เมื่อตัวเขาได้เติมโตขึ้น ก็อยากที่จะเป็นมาทาดอร์ และอยากที่จะเป็นนักแข่งรถ มืออาชีพอีกด้วย เห็นได้ว่าความพลุ่งพล่าน ที่ตัวเขาแสดงออกมา มันมาจากงานอดิเรก หรือความฝันในวัยเด็กนั่นเอง จากนั้นพี่ชายของเขาก็ชวนไปเล่นกีฬาฟุตบอล และนับตั้งแต่เท้าของเขสัมผัสกับลูกฟุตบอล ทำให้เจ้าตัวหลงรักในการเล่นฟุตบอล นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ก่อนในปี 2005 เจ้าตัวถูกยกให้เป็น นักเตะที่มากไปด้วยความสามารถ และเป็นเด็กดาวรุ่ง พุ่งแรงมาก ๆ ในวงการลูกหนัง ของประเทศสเปน ซึ่งเขาเป็นนักเตะเยาวชน ของสโมสรเซบีย่า จนไปเข้าตา หลายต่อหลายสโมสร อยากได้ตัวเขาไปร่วมทีม และก้าวขึ้นสู่ทีมเซบีย่าชุดใหญ่ ตั้งแต่วัยเพียง 18 ปีเท่านั้น และสร้างชื่อเป็นที่จดจำต่อแฟนบอล ด้วยการเล่นเกมส์รับ ด้วยความหนักหน่วง

ข่าวกีฬาไทยรัฐ ข่าวเกี่ยวกับฟุตบอล รามอสเริ่มเล่นฟุตบอลในตำแหน่งฟูลแบ็ค รูปปร่างสมส่วน มีความเร็ว มีทักษะที่ดี เล่นบอลแบบถึงลูกถึงคน ถึงอกถึงใจ ถึงเนื้อถึงตัว บางครั้งตัวเขา ก็เข้าสกัดบอลอย่างหนัก แบบวัวกระทิง ตั้งใจอัดใส่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ให้จดจำ ตัวเขามีหัวจิตหัวใจ ความนักสู้แบบธรรมชาติ พร้อมวิ่งอัดใส่ผู้เล่นแนวรุก ของฝ่ายทีมตรงข้ามแบบไม่ยั้ง อีกทั้งยังมีเซนส์บอลที่ยอดเยี่ยม ชอบเติมเกมส์บุกไปลุ้นทำประตู

ข่าวเกี่ยวกับฟุตบอล รามอสกองหลังพันธ์โหด ดุเดือดเหมือนวัวกระทิง

ข่าวกีฬาฟุตบอลไทย ข่าวเกี่ยวกับฟุตบอล อย่างที่แฟนบอลชาวไทยรู้จักกันดี กองหลังเลือดกระทิงดุ รามอสถูกขึ้นชื่อว่า เป็นนักเตะถื่อน กองหลังจอมโหด นักบอลชอบเล่นแรง นักบอลไม่มีสปิริต และถึงแม้ว่า เจ้าตัวจะโดนต่อว่า จากแฟนบอลฝ่ายตรงข้าม มากมายเท่าไหร่ ตัว้ขสกับไม่เคยหวั่นไหว กับคำด่า คำวิจารณ์เหล่านั้นเลย และไม่เคยเปลี่ยนแปลง สไตล์การเล่น ของตัวเองเลยสักครั้ง

วิธีการเล่นฟุตบอลของเขา มันได้นำถ้วยรางวัลมาสู่ทีม มีหลายงาหลายมุม ที่อาจจะมองแตกต่างกันไป หากจะมองว่าตัวเขาเป้นนักเตะหัวรุนแรง แต่ในทุกยุค ทุกสมัยแห่งวงการฟุตบอล ย่อมมีนักเตะฮร์ดแมน ที่แจ้งเกิดอยู่ตลอดเวลา หลายต่อหลายคน มองว่าเขาเล่นบอลแรงเกินไป เกินกว่าที่จะรับได้ แต่มองในมุนแฟนบอลของสโมสร เขาได้รับการยกย่องอย่างมาก เพราะสิ่งที่เขาทำนั้น มันแสดงถึงความทุ่มเทเพื่อทีม

เขาข่มขวัญคู่แข่ง ตามสโตล์ธรารมชาติ ที่มีความดุดัน เจ้าตัวมีไอดอลการเล่นฟุตบอล นั่นก็คือจาวี่ นาวาร์โร และปาโบล อัลฟาโรโดยทั้ง 2 คนมีชื่อเสียงค่อนข้างติดลบ ปาโบล อัลฟาโรถูกขนานนามว่า ไอ้โรคจิต ที่กองหน้าหลายต่อหลายคน จะวิ่งหลีกหนีไปให้ไกลที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ส่วนจาวี่ นาวาร์โร ก็ก่อวีรกรรมในสนาม ชักศอกใส่คู่แข่งจนหมดสติแก้วหูแตก

โดยทั้งคู่ได้ฝากฝัง ในการเป็นกองหลังพันธ์โหด ไว้ให้กับตัวเขา แต่สิ่งที่มีเขามีเหนือกว่ารุ่นพี่นักเตะสองคน นั่นก็คือความเก่งกาจ เขาอ่านเกมส์ขาด ตัดบอลเยี่ยม และเติมเกส์บุกได้ดี มีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม มีความรวดเร็ว จนทำให้ฟอร์มการเล่นของเขา เข้าตาสโมสรทีมใหญ่ อย่างทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด

ข่าวเกี่ยวกับฟุตบอล

จากเด็กปั้นเซบีย่า สู่การเป็นตำนานกองหลัราชันชุดขาว เรอัลมาดริด

ข่าวกีฬา ข่าวเกี่ยวกับฟุตบอล รามอสเป็นผู้เล่น ที่สามารถครองบอลได้ดี มีบุคลิกแบบผู้นำทีมที่โดดเด่น ในปี 2004 สโมสรเรอัล มาดริด คว้าตัวเขาไปร่วมทีม ด้วยค่าตัว 27 ล้านยูโร และเป็นกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุด ในประเทศสเปนอีกด้วย ตัวเขาเข้ามาพร้อมกับความกดดัน โดยเข้าได้รับเสื้อหมาย 4 ต่อจาก เฟอร์นานโด เอียร์โร่ ตำนานกองหลังของสโมสร

ข่าววงใน ฟุตบอล ด้วยความสามารถ ที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค และตำแหน่งฟูลแบ็ค ทำให้เขาสามารถยืดหยุ่น ตามที่ผู้จัดการทีมต้องการได้ บวกกับการเข้าปะทะที่หนักหน่วง ลูกเล่นแพรวพราว จนทำให้เขาได้รับใบแดงอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่การเป็นนักเตะดาวรุ่ง สู่การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของทีม เขานำขุมพลนักเตะราชัน ลงสนามแข่งขันด้วยความห้าวหาญ เขาปล่อยให้ผู้เล่นเกมส์รุก สร้างสรรค์เกมส์ได้อย่างอุ่นใจ ส่วนเรื่องเกมส์รับ ตัวเขาจะทำหน้าที่จัดการเอง

มีนักฟุตบอล มากมายหลายคน ที่ต้องตกเป็นเหยื่อ ในการเล่นฟุตบอล ที่เจ้าตัวก่อวีรกรรมไว้ เริ่มกันที่เหยื่อรายแรก มาริโอ มานด์ซูคิช โดนชักศอกใส่เข้าที่เบ้าตา ในจังหวะขึ้นแย่งโหม่งลูกบอลกลางอากาศ ทำให้มานด์ซูคิชเลือดอาบหน้า และผู้ตัดสินมองว่า จังหวะดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ และตัวเขาก็ไม่ได้รับการลงโทษแต่อย่างไร

เหยื่อรายที่สอง ริโอเนล เมสซี่ แน่นอนว่า ถ้าสโมสรเรอัล มาดริด ต้องเจอกับทีมคู่อริ อย่างสโมสรบาร์เซโลนา ย่อมเป็นเกมส์การแข่งขัน ที่ถูกเดิมพันด้วยศักดิ์ศรี สมชื่อเกมส์ เอล กลาซิโก้ และสุดยอดกองหน้า อย่างเมสซี่ จะต้องถูกเจ้าตัวเข้าปะทะ วิ่งไล่เตะ วิ่งไล่อัด อย่างดุดัน เพื่อที่จะหยุดสตาร์โลกลูกหนังเอาไว้ให้ได้

เหยื่อรายที่สาม โมฮาเหม็ด ซา เป็นเกมนัดคู่ชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก ที่ทีมมาดริด ต้องมาฟาดแข้งกับทีมลิเวอร์พูล โดยซาลาห์ยอดกองหน้าทีมหงส์แดง ถูกเจ้าตัวตามประกบ เป็นเงาตามตัว จนกระทั้งในจังหวะที่ทั้งคู่ เบียดแย่งบอลล้มลงไป ด้วยกันทั้งคู่ แต่ดูเหมือว่าเจ้าตัว กำลังล็อคแขนเหวี่ยงซาลาห์ ล้มลงไปกับสนามอย่างแรง ทำให้หัวไหล่ของซาลาห์หลุด ไม่สามารถเล่นต่อได้ จนถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นักเตะทั้ง 3 คนคือตัวอย่างของการตกเป็นเหยื่อ ในเกมส์การแข่งขันฟุตบอล ยามที่ต้องต่อสู้กับเจ้าตัว ในตลอดระยะเวลา 16 ปี ตัวเขาถือเป็นส่วนสำคัญ ที่ช่วยพาสโมสรเรอัล มาดริด คว้าแชมป์อย่างมากมาย จนกลายเป็นตำนานของสโมสร ภายหลังจากที่เจ้าตัว ได้ตัดสินใจ ประกาศอำลาสโมสร ซึ่งเขาลงเล่นไปทั้งหมด 671 นัด ยิงประตู 101 ลูก แอสซิสต์ 40 ลูก

คว้าแชมป์ลาลีกา สเปน 5 สมัย คว้าแชมป์โกปาเดลเรย์ 2 สมัย คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 4 สมัย คว้าแชมป์สแปนิชซูเปอร์คัพ 4 สมัย คว้าแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 3 สมัย และคว้าแชมป์ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ 4 สมัย และภาพที่แฟนบอลทุกคน ต่างจดจำเขา นั่นก็คือ การเป็นผู้นำในฐานะผู้เล่น มีความความมุ่งมั่น มีความเสียสละ เล่นเพื่อสโมสร เล่นเพื่อให้ทีมชนะ

ข่าวเกี่ยวกับฟุตบอล

ตำนานกองหลังคนโหดพันธ์ดุ ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ และอายุที่มากขึ้น

ข่าวเกี่ยวกับฟุตบอล ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายออกจากสโมสร เรอัล มาดริด เจ้าตัวประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ เจ็บหัวเข่า เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า และเจ็บกล้ามเนื้อ ทำให้ลงเล่นไปถึง 29 นัด จากนั้นเจ้าตัวจึงตัดสินใจ ไม่ต่อสัญญากับทีม จากนั้นมีกระแสข่าว ข่าวบอลแมนยู โดยทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจที่จะดึงตัวตำนานกองหลังมาดริด ไปร่วมทีมให้ได้

โดยที่สโมสรแมนยูฯ ได้พยายามอย่างหนัก ที่จะถึงตัวเขามาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โรงละครแห่งความฝัน แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ตอบปฎิเสธแมนยู ฯ และเลือกไปค้าแข้งกับทีมสโมสรปารีส แซ็ง แฌร์แม็งแทน เพราะเจ้าตัวมองว่า ที่กรุงปารีส มีความท้าทาย มีความน่าสนใจมากกว่า แต่ในซีซั่นแรก เขายังคงต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป

ด้วยอายุ 35 ปี เมื่อหายบาดเจ็บกลับมา ก็ต้องใช้เวลาเรียกความฟิต เรียกความมั่นใจอยู่นานพอสมควร ก่อนที่จะถูกส่งลงสนาม เล่นไปเพียงแค่ 6 เกมส์เท่านั้น และดูเหมือนว่า อนาคตในการค้าแข่ง กับสโมสรแห่งกรุงปารีส มีอันจะต้องจบลงไป เพราะตัวเขาจะต้องกลับมาคิดพิจารณาอนาคต ของตัวเองอีกครั้ง